ปวดหลัง..อาการที่ไม่ควรมองข้าม

ปวดหลัง..อาการที่ไม่ควรมองข้าม

อาการปวดหลังเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานที่นั่งอยู่กับที่ จ้องคอมนาน ๆ หรือผู้ที่ยกของหนัก บางคนมีอาการปวดเล็กน้อยสามารถหายเองได้เมื่อเวลาผ่านไป และบรรเทาอาการเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง แต่บางคนปวดบ่อยจนกลายเป็นการปวดเรื้อรัง ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายอาจมีปัญหาที่ต้องเอาใจใส่และควรหาทางรักษา

อาการปวดหลังเกิดจากการที่กระดูกสันหลังอยู่ในท่าที่ไม่เหมาะสมและไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน ๆ หรือบางรายมีการเคลื่อนไหวที่ไม่ถูกต้อง เช่นยกของหนักออกแรงเกินกำลัง ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ส่งผลให้เกิดอาการปวดเมื่อย ตึง ร้าว และเจ็บที่หลัง หากปล่อยไว้นานจะทำให้เกิดอาการ ปวดหลังเรื้อรัง หากมีอาการปวดหลังรุนแรง ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสม

  • หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนเป็นเวลานาน ควรเปลี่ยนอิริยาบถทุก 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อให้กล้ามเนื้อที่ทำงานหนักได้ผ่อนคลาย สามารถทำได้ด้วยวิธีง่าย ๆ เช่น บิดขี้เกียจ โดยการเหยียดกล้ามเนื้อให้ตึงและทิ้งไว้สักพัก เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ลดอาการเกร็งตัว
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอต่อเนื่อง ไม่ต่ำกว่า 30 นาที และควรออกกำลังกายทุก ๆ 4 – 5 วันต่อสัปดาห์ เช่น การเดิน ว่ายน้ำ หรือโยคะ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่กล้ามเนื้อหลังและช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด

เมื่อเกิดอาการปวดหลัง สามารถบรรเทาอาการชั่วคราวได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้

  • งดการยกของหนักหรือการเคลื่อนไหวที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังมากขึ้น
  • ประคบร้อนหรือเย็นบริเวณที่ปวดในระยะเริ่มต้น เพื่อบรรเทาอาการปวดและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด การประคบเย็นด้วยน้ำแข็ง จะช่วยลดแผลอักเสบหรือการบวมได้ด้วยการลดการไหลของเลือด ส่วนการประคบด้วยความร้อน จะช่วยในการบรรเทาการปวดของกล้ามเนื้อ โดยหาจุดที่ปวดให้เจอแล้วประคบร้อนบริเวณนั้น เนื่องจากความร้อนจะช่วยให้หลอดเลือดขยาย เหมาะสำหรับอาการปวดเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ เมื่อหลอดเลือดขยาย จะส่งผลให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น และอาการปวดจะบรรเทาลง โดยเฉพาะหลังการปวด 48 ชั่วโมงไปแล้ว และไม่ว่าจะเป็นความร้อนแบบแห้งหรือการแช่น้ำร้อนก็สามารถช่วยได้เหมือนกัน

ในกรณีที่อาการปวดหลังเรื้อรังยังคงเป็นปัญหา นอกเหนือจากการรักษาตามวิธีทางการแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว ก็ยังมีทางเลือกอื่น ที่สามารถช่วยบรรเทาอาการได้ เช่น

1. การรักษาแบบประคับประคอง:

  • เป็นการรักษาอาการปวดหลังเรื้อรังในระยะแรก ด้วยการรับประทานยา เช่น พาราเซตามอล รับประทานแก้ปวดได้ทุก 4-6 ชั่วโมง 
  • การทำกายภาพบำบัดโดยการใช้อุปกรณ์ เพื่อลดอาการปวด
  • การนอนพัก ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังมาก ๆ เช่น ในรายที่ปวดหลังเนื่องจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทในระยะเฉียบพลัน ควรนอนพักบนที่นอนที่มีลักษณะแน่นและยุบตัวน้อย ที่ทำจากนุ่นอัดแข็ง หรือยางพารา  

2. ใช้แผ่นปิดหลังบรรเทาปวด: การเลือกใช้แผ่นปิดหลังบรรเทาปวดที่มีส่วนผสมของแคปไซซิน (เป็นสารสกัดจากพริก) ที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อได้ โดยแผ่นปิดหลังบรรเทาปวดควรเป็นแผ่นแปะแบบไฮโดรเจล ที่มีความสามารถปลดปล่อยตัวยาได้ยาวนานต่อเนื่องหลายชั่วโมงโดยแผ่นไฮโดรเจลจะมีความนุ่มและยืดหยุ่นสูงพร้อมให้ความกระชับไปกับแผ่นหลัง ระบายอากาศได้ดี 

ด้วยวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้หากนำมาปฏิบัติอย่างถูกต้อง ก็จะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังรวมถึงอาการปวดแบบเรื้อรังได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้การดูแลรักษากายและจิตใจให้แข็งแรง ผ่อนคลายความเครียดอยู่เสมอ รวมถึงการหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ส่งผลให้กระดูกสันหลังทำงานหนักมากเกินไป ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรังซ้ำอีก

อย่างไรก็ตาม หากท่านมีอาการปวดหลังเรื้อรังที่รุนแรงและรบกวนชีวิตประจำวัน ก็ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเร็วที่สุด เพื่อประเมินสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป โดยไม่ควรรอจนอาการทรุดหนักเกินจะควบคุมได้ เพราะนอกจากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพแล้ว ยังอาจนำไปสู่ความพิการถาวรได้ในที่สุด เมื่อมีสุขภาพกายที่แข็งแรง สบายใจ ปราศจากความปวดหลัง ชีวิตก็จะมีความสมบูรณ์และมีความสุขยิ่งขึ้น

สถานที่จำหน่าย