ภาวะไหล่ติด ภัยใกล้ตัวที่รบกวนชีวิต

ภาวะไหล่ติด ภัยใกล้ตัวที่รบกวนชีวิต

อาการปวดไหล่ ยกแขนไม่ขึ้น หรือไม่สามารถเหยียดแขนได้อย่างเต็มที่ นี่เป็นสัญญาณเตือนของภาวะไหล่ติดที่ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ดูแลรักษา อนาคตอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ก่อนที่มันจะสาย มาทำความรู้จัก อาการ และวิธีป้องกันของภาวะไหล่ติดนี้ไปด้วยกัน

ภาวะข้อไหล่ติด คืออาการปวดบริเวณหัวไหล่ ไม่สามารถยกแขนได้สุด ยกแขนได้ในองศาที่จำกัด  ทำให้เกิดความลำบากในการใช้ชีวิต เช่น สวมใส่เสื้อผ้าได้ยาก หยิบจับของไม่ได้ดั่งใจ หรือไม่สามารถเล่นกีฬาหรือกิจกรรมบางชนิดที่ใช้ต้องแรงไหล่ได้ อาการของภาวะไหล่ติดในทางการแพทย์แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้

  • ระยะอักเสบ ปวดบริเวณหัวไหล่มากที่สุด บางคนอาจปวดบริเวณข้อไหล่แม้ว้าไม่ได้ขยับร่างกาย รวมถึงมุมการเคลื่อนไหวของข้อไหล่จะลดลง ระยะนี้มักปวดนาน 2 – 9 เดือน
  • ระยะข้อยึด อาการปวดจะลดลง แต่อาการไหล่ติดจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติจะรุนแรงขึ้น เช่น ไม่สามารถไขว้แขนด้านหลังได้ มีอาการปวดแปล็บขึ้นมาเมื่อขยับ มักมีอาการประมาณ 4 – 12 เดือน
  • ระยะฟื้นตัว อาการปวดไหล่ขณะเคลื่อนไหวจะลดลง ขยับหัวไหล่ได้มากขึ้น และอาการไหล่ติดจะดีขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 1 – 2 ปี

ปัจจุบันมีวิธีแก้ รักษา และบรรเทาอาการไหล่ติดหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีจะมีความเหมาะสมสำหรับระยะอาการไหล่ติดแตกต่างกันออกไป

  1. ปรับการใช้ชีวิตที่ไม่ให้เกิดการอักเสบของหัวไหล่มากขึ้น เช่น หลีกเลี่ยงการยกของหนัก การแกว่งแขนแรงๆ และใช้ตัวช่วยบรรเทาอาการปวดอย่างโลชันบรรเทาสูตรเข้มข้นที่มี Methyl Salicylate, Camphor และ Menthol ในรูปแบบขวดโค้งงอที่สามารถทาบริเวณที่เอื้อมไม่ถึงได้อย่างสะดวก ทาง่ายทั้งหลัง สะบัก ไม่ใช่แค่ไหล่ ควรเลือกที่มีคุณสมบัติซึมไว ไม่ติดเสื้อ
  2. กายภาพบำบัด การรักษานี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ หรือนักกายภาพบำบัดเท่านั้น โดยการดัดหัวไหล่ให้ค่อยๆ ยืดเพื่อเยื่อบุข้อไหล่ที่หนาตัวและแข็งสาเหตุของภาวะไหล่ติด ได้ยืดหยุ่นขึ้น
  3. ฉีดยาเพื่อลดการอักเสบ ยาที่ฉีดจะเป็นยาลดอักเสบหรือยากลุ่มสเตียรอยด์เข้าไปในข้อไหล่ ทำให้อักเสบน้อยลง ร่วมกับกายบำบัดให้ดัดหัวไหล่ได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  4. ผู้ป่วยที่เจ็บบริเวณหัวไหล่ แพทย์จะสั่งยาแก้ปวดและลดการอักเสบให้รับประทานเพื่อบรรเทาอาการ โดยมักจะทำกายภาพและฉีดยาร่วมกับการให้ยาตั้งแต่การตรวจครั้งแรก จากนั้นจะนัดติดตามอาการเป็นระยะ
  5. การผ่าตัด เป็นวิธีสุดท้ายที่แพทย์จะเลือกใช้ ส่วนใหญ่จะผ่าให้กับผู้ที่มีการรักษาวิธีก่อนหน้าแล้วไม่เห็นผล เป็นการผ่าตัดเพื่อเลาะเยื่อบุหนาและแข็งตัวออก เพื่อให้ข้อไหล่ขยับได้มากขึ้น
  1. ท่าเหยียดแขนเหนือศีรษะ ยกแขนข้างที่มีอาการไหล่ติด เหยียดแขนให้ตรงขึ้นไปทางศีรษะ โดยใช้มืออีกข้างพยุงบริเวณข้อศอก และออกแรงดันให้แขนเหยียดตรงไปทางศีรษะมากที่สุด ทั้งนี้ท่านี้คนไข้สามารถดันให้ไปทางศีรษะเท่าที่สามารถทนความเจ็บปวดได้ ไม่จำเป็นต้องฝืนร่างกายมากนัก
  2. ท่าหมุนข้อไหล่ ยืนขนาบข้างกับโต๊ะ แล้วก้มตัวลงเล็กน้อยโดยใช้มืออีกข้างที่ไม่มีอาการไหล่ติดยันโต๊ะไว้เพื่อช่วยพยุงตัว ปล่อยแขนข้างที่มีอาการไหล่ติดห้อยลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก แล้วค่อยๆ วาดแขนเป็นวงกลม ท่าหมุนข้อไหล่ทำซ้ำ 10 ครั้งต่อวัน
  3. ท่ายืน ยืนบริเวณประตูหรือโต๊ะ โดยใช้ข้างที่ไหล่ติดจับประตูหรือโต๊ะให้มั่นคง งอข้อศอกประมาณ 90 องศา ข้อศอกแนบข้างลำตัว และเริ่มหมุนตัวไปทางมือที่จับโต๊ะหรือประตู 90 องศา และหมุนตัวกลับมาที่เดิม โดยใช้มือและข้อศอกต้องอยู่กับที่
  1. หลีกเลี่ยงการนั่งทำงานท่าเดิมติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ควรเหยียดแขนเพื่อคลายกล้ามเนื้อระหว่างวัน
  2. หลีกเลี่ยงการเหวี่ยงแขน สะบัดแขนแรงๆ เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบ จนเกิดเป็นภาวะไหล่ติดได้
  3. ออกกำลังกายเพื่อให้ข้อไหล่ได้มีการคลายตัว และยืดหยุ่นมากขึ้น

อาการไหล่ติดหากมีอาการไม่รุนแรงจะสามารถหายเองได้ตามธรรมชาติ แต่ต้องการความอดทนและการบริหารและดูแลตนเองอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอการให้ความสนใจในการรักษาและป้องกันจะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ

สถานที่จำหน่าย